ขั้นตอนการล้างแอร์ด้วยตนเอง ทำอย่างไร? พร้อมข้อควรระวังที่หลายคนมองข้าม
เครื่องปรับอากาศเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทำงานแทบทุกวัน โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีอากาศร้อนเกือบทั้งปี หลายบ้านเปิดแอร์วันละหลายชั่วโมง ทำให้ฝุ่นละออง คราบสกปรก และเชื้อราสะสมอยู่ภายในเครื่อง หากปล่อยไว้นาน นอกจากแอร์จะเย็นช้าลงแล้ว ยังทำให้กินไฟมากขึ้น และอาจส่งผลต่อสุขภาพของคนในบ้านอีกด้วย
หลายคนจึงเลือกที่จะล้างแอร์ด้วยตัวเองเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย แต่คำถามคือ ล้างแอร์เองทำได้จริงหรือไม่? และต้องทำอย่างไรให้ปลอดภัย
บทความนี้ เย็นฉ่ำ โคราช จะพาไปดูขั้นตอนการล้างแอร์ด้วยตนเอง พร้อมข้อควรระวัง และแนะนำว่าเมื่อไรควรเรียกช่างมืออาชีพ
คำตอบคือ ได้ แต่เหมาะกับการทำความสะอาดเบื้องต้นเท่านั้น
เช่น
- ล้างแผ่นกรองอากาศ
- เช็ดฝาครอบ
- ปัดฝุ่นบริเวณช่องลม
- ทำความสะอาดภายนอกเครื่อง
แต่หากต้องล้างคอยล์เย็น ถอดโบลเวอร์ หรือใช้น้ำแรงดันสูง ควรให้ช่างผู้เชี่ยวชาญดำเนินการ เพราะหากทำผิดวิธีอาจทำให้แผงคอยล์เสียหาย น้ำเข้าระบบไฟฟ้า หรือเครื่องปรับอากาศเกิดความเสียหายได้
อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม
ก่อนเริ่มล้างแอร์ ควรเตรียมอุปกรณ์ดังนี้
- ผ้าไมโครไฟเบอร์
- แปรงขนนุ่ม
- เครื่องดูดฝุ่นขนาดเล็ก (ถ้ามี)
- น้ำสะอาด
- ถังรองน้ำ
- บันไดที่มั่นคง
- ถุงมือยาง
- หน้ากากกันฝุ่น
หากต้องใช้สเปรย์ล้างแอร์ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับเครื่องปรับอากาศโดยเฉพาะ
ขั้นตอนที่ 1 ปิดเบรกเกอร์ก่อนทุกครั้ง
ก่อนเริ่มทำความสะอาด ต้องปิดเครื่องและตัดกระแสไฟจากเบรกเกอร์ เพื่อป้องกันไฟฟ้าช็อตและความเสียหายของอุปกรณ์
ห้ามล้างแอร์ขณะที่ยังมีกระแสไฟฟ้าเด็ดขาด
ขั้นตอนที่ 2 ถอดและล้างแผ่นกรองอากาศ
เปิดฝาครอบด้านหน้า แล้วถอดแผ่นกรองอากาศออก
จากนั้น
- ล้างด้วยน้ำสะอาด
- ใช้แปรงขนนุ่มขัดเบา ๆ
- ผึ่งให้แห้งสนิทก่อนประกอบกลับ
แนะนำให้ล้างทุก 2-4 สัปดาห์ หากใช้งานเป็นประจำ
ขั้นตอนที่ 3 เช็ดทำความสะอาดฝาครอบ
ใช้ผ้าชุบน้ำหมาด ๆ เช็ดบริเวณ
- ฝาครอบ
- ช่องลม
- รีโมต
- ตัวเครื่องด้านนอก
ช่วยลดฝุ่นสะสมและทำให้เครื่องดูสะอาดอยู่เสมอ
ขั้นตอนที่ 4 ทำความสะอาดคอยล์เย็นเบื้องต้น
ใช้แปรงขนนุ่มหรือเครื่องดูดฝุ่นค่อย ๆ ปัดฝุ่นออกจากครีบคอยล์
ควรทำอย่างระมัดระวัง เพราะแผงอะลูมิเนียมมีความบาง หากงอหรือเสียรูป อาจทำให้ประสิทธิภาพการระบายความร้อนลดลง
ขั้นตอนที่ 5 ตรวจสอบน้ำทิ้ง
สังเกตว่ามีน้ำไหลออกจากท่อน้ำทิ้งตามปกติหรือไม่
หากพบว่า
- น้ำหยดในห้อง
- น้ำไหลย้อน
- มีกลิ่นเหม็น
อาจเกิดจากท่อน้ำทิ้งอุดตัน ซึ่งควรให้ช่างเข้าตรวจสอบ
สิ่งที่ไม่ควรทำด้วยตัวเอง
หลายคนเข้าใจผิดว่าเปิดฝาครอบแล้วฉีดน้ำแรง ๆ เข้าไปก็เพียงพอ
แต่ความจริงแล้วไม่ควรทำ เพราะอาจเกิดปัญหา เช่น
- น้ำเข้าบอร์ดควบคุม
- น้ำเข้ามอเตอร์พัดลม
- ครีบคอยล์งอ
- ระบบไฟฟ้าลัดวงจร
- แอร์เสียหายจนต้องซ่อมราคาแพง
รวมถึงไม่ควรถอดโบลเวอร์ ถอดคอยล์เย็น หรือเติมน้ำยาแอร์เอง หากไม่มีความรู้และเครื่องมือที่เหมาะสม
แล้วเมื่อไรควรเรียกช่าง?
หากพบอาการเหล่านี้ แนะนำให้ใช้บริการช่างมืออาชีพ
- แอร์ไม่เย็น
- มีน้ำหยด
- มีกลิ่นอับ
- เปิดแล้วเสียงดัง
- ค่าไฟเพิ่มผิดปกติ
- ไม่เคยล้างเกิน 6 เดือน
- ต้องการล้างแบบถอดเครื่อง
การล้างโดยช่างจะมีการตรวจสอบแรงดันน้ำยา ระบบไฟฟ้า พัดลม ถาดน้ำทิ้ง และชิ้นส่วนต่าง ๆ อย่างครบถ้วน ซึ่งช่วยป้องกันปัญหาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
ล้างเองหรือให้ช่างล้าง แบบไหนคุ้มกว่า?
การล้างแผ่นกรองและเช็ดทำความสะอาดภายนอกด้วยตัวเอง เป็นวิธีที่ช่วยลดฝุ่นสะสมได้ในระดับหนึ่ง และสามารถทำเป็นประจำทุกเดือน
แต่การล้างภายในเครื่อง โดยเฉพาะคอยล์เย็น โบลเวอร์ และระบบระบายน้ำ จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะและประสบการณ์ของช่าง เพื่อให้สะอาดจริงและไม่เกิดความเสียหาย
หลายครั้งที่เจ้าของบ้านพยายามล้างเอง สุดท้ายกลับต้องเสียค่าซ่อมมากกว่าค่าล้างแอร์ เพราะน้ำเข้าระบบไฟฟ้า หรือถอดประกอบผิดวิธี
ดังนั้น หากเป็นเพียงการดูแลเบื้องต้น คุณสามารถทำเองได้ แต่หากต้องการล้างอย่างล้ำลึก หรือไม่มั่นใจในขั้นตอนต่าง ๆ เรียกทีมงานเย็นฉ่ำ โคราช จะสะดวก ปลอดภัย และคุ้มค่ากว่า
ให้เย็นฉ่ำ โคราช ดูแลแอร์ของคุณ
เย็นฉ่ำ โคราช ให้บริการ ล้างแอร์ ซ่อมแอร์ ติดตั้งแอร์ ย้ายแอร์ และดูแลระบบปรับอากาศแบบรายปี โดยทีมช่างผู้มีประสบการณ์ ใช้อุปกรณ์มาตรฐาน พร้อมตรวจเช็กระบบอย่างละเอียดทุกขั้นตอน
ไม่ว่าจะเป็นแอร์บ้าน คอนโด ร้านค้า สำนักงาน หรือโรงงาน เราพร้อมดูแลให้เครื่องปรับอากาศของคุณกลับมาเย็นเร็ว สะอาด ประหยัดไฟ และใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ
หากคุณอยู่ในพื้นที่นครราชสีมา และกำลังมองหาบริการ ล้างแอร์โคราช ที่ไว้ใจได้ ติดต่อ เย็นฉ่ำ โคราช เรายินดีให้คำปรึกษาและประเมินงานเบื้องต้นฟรี เพราะบางงาน…ทำเองได้ แต่ถ้างานไหนยาก ให้มืออาชีพดูแล ย่อมอุ่นใจกว่าเสมอ
